วิกฤตอาหารโลกและข้อเสนอเพื่อแก้ไขปัญหา
การประชุมของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (United Nations Security Council) ในวันที่ 17 พฤษภาคม 2022 เพื่อหารือถึงวิธีการรับมือกับการลุกฮือของประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตอาหาร เกิดขึ้นมาจากความจริงที่ว่าในปี 2021 คนจำนวน 2.3 พันล้าน (29.3% ของประชากรโลก) กำลังประสบกับภาวะความไม่มั่นคงทางอาหารในระดับปานกลางถึงรุนแรง โดยในช่วงปี 2014-2021 จำนวนคนที่ประสบกับวิกฤตนี้เพิ่มสูงขึ้นจาก 565 เป็น 924 ล้านคน และเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในช่วงปี 2019-2021
gkeeiqh I don't know
ที่ย้อนแย้งยิ่งไปกว่านั้นคือ “เกษตรกร” ผู้ผลิตอาหารกลับเป็นคนกลุ่มใหญ่ที่ประสบกับวิกฤตนี้และต้องเผชิญกับสภาวะขาดสารอาหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มเกษตรกรรายเล็กที่ไม่มีที่ดินทำกินเป็นของตัวเองหรือมีแต่ไม่พอ และไม่มีทรัพยากรมากพอที่จะพัฒนาวิธีการผลิตที่จำเป็น

ทุนนิยมไม่สามารถตอบสนองความต้องการพื้นฐานของมนุษย์ได้ee
วิกฤตขาดแคลนอาหารโลกไม่ได้เกิดจากการผลิตอาหารที่ไม่เพียงพอและไม่ได้เริ่มเกิดขึ้นในช่วงที่รัสเซียเข้ารุกรานยูเครน แต่เป็นผลกระทบโดยตรงจากรูปแบบการทำธุรกิจของอุตสาหกรรมเกษตรที่เน้นการแสวงหากำไรมากกว่าการจัดหาอาหารเพื่อเลี้ยงผู้คน
วิกฤตตรงนี้เห็นได้ชัดในประเทศทางซีกโลกใต้ที่โครงสร้างทางเศรษฐกิจถูกปรับจากนโยบายปรับโครงสร้างหนี้ของธนาคารโลกและ IMF ที่สนับสนุนให้ประเทศเหล่านี้เน้นทำการเกษตรเพื่อการส่งออก แทนการผลิตอาหารเพื่อบริโภคในประเทศ ทำให้อาหารกลายเป็นสินค้าเก็งกำไรในตลาดเสรีแต่ไม่เสรีที่บริษัทข้ามชาติเพียงหยิบมือเดียวเป็นคนกำหนดราคา
สัญญากู้ยืมเงินกับ 2 สถาบันนี้กดดันให้ประเทศต่าง ๆ ต้องพึ่งพาระบบตลาดมากขึ้นเรื่อย ๆ ต้องยกเลิกความช่วยเหลือกับเกษตรกรรายย่อย มอบสิทธิพิเศษให้กลุ่มทุนข้ามชาติ รวมถึงแนะนำให้รัฐบาลในประเทศซีกโลกใต้ที่เป็นลูกหนี้ยกเลิกระบบคลังเก็บธัญพืชสำรองที่เอาไว้ใช้ตอนที่ประเทศตกอยู่ในวิกฤตขาดแคลนอาหารหรือเมื่อราคาอาหารในตลาดพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
นอกจากนี้ยังผลักดันให้รัฐบาลยกเลิกหน่วยงานรัฐที่ให้สินเชื่อเกษตรกร ทำให้เกษตรกรต้องไปกู้เงินมาจากผู้ให้กู้เอกชน (ซึ่งมักเป็นพ่อค้ารายใหญ่) หรือธนาคารเอกชนที่เก็บดอกเบี้ยในราคาแพง จนทำให้เกิดปัญหาหนี้สินล้นพ้นตัว และเป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้สัดส่วนของอาหารที่เก็บไว้ใช้บริโภคในบ้านของเกษตรกรลดน้อยลง เพราะจำเป็นต้องนำผลผลิตของตัวเองออกไปขายในตลาดให้ได้มากที่สุดเพื่อหาเงินมาใช้หนี้
ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา ธนาคารโลกและ IMF ยังกดดันให้ประเทศในเขตร้อนและในซีกโลกใต้อื่น ๆ หันมาปลูกพืชเพื่อการส่งออก เช่น โกโก้ กาแฟ ชา กล้วย ถั่วลิสง ดอกไม้ ฝ้าย หรืออ้อย แทนการปลูกข้าวสาลี ข้าว หรือข้าวโพด เพื่อตอบสนองต่อผลประโยชน์ของกลุ่มทุนเกษตร และประเทศผู้ส่งออกธัญพืชที่นำโดยสหรัฐอเมริกา แคนาดา และยุโรป จากนั้นก็สนับสนุนให้ประเทศเหล่านั้นเปิดนำเข้าอาหาร ทำให้ปริมาณการผลิตอาหารในท้องถิ่นลดลงอย่างมาก
อาหารที่ไม่ใช่เพื่อการบริโภค
อันที่จริงแล้วปริมาณการผลิตอาหารบนโลกเพิ่มขึ้นเร็วกว่าการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรโลกมานานกว่าครึ่งศตวรรษ โดยปี 2021 ถือเป็นปีที่ปริมาณการผลิตธัญพืชสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ เพียงแต่สัดส่วนของอาหารที่เพิ่มขึ้นไม่ได้ถูกผลิตเพื่อการบริโภคของมนุษย์ โดย 10% ของผลผลิตธัญพืชอย่างข้าวสาลีหรือข้าวโพดที่ผลิตได้บนโลกถูกใช้เป็นวัตถุดิบในการผลิตพลังงานเชื้อเพลิง และมากกว่า 1 ใน 3 ของผลผลิตธัญพืช (35%) ถูกใช้เป็นอาหารของสัตว์ในอุตสาหกรรมเนื้อสัตว์
นอกจากนี้ การแผ่ขยายของทุนอุตสาหกรรมอาหารยังทำให้เกิดการเข้ายึดครองที่ดินของเกษตรกรรายย่อย การถางทำลายป่า ทำลายเมล็ดพันธุ์พื้นเมืองเพื่อปลูกเมล็ดพันธุ์ลูกผสม (GMO) ทำให้เกิดการใช้ปุ๋ยเคมีและยาฆ่าแมลงอย่างแพร่หลายที่ทำให้หน้าดินถูกทำลาย เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะโลกร้อน สร้างภัยแล้งที่ส่งผลต่อการทำการเกษตร และทำให้ภาคการเกษตรมีความเปราะบางต่อปัจจัยภายนอก เช่น ความผันผวนของราคาสินค้าเกษตรบนโลกที่พุ่งสูงขึ้นอย่างฉับพลันจากการเก็งกำไร หรือสภาพอากาศที่รุนแรงเพิ่มมากขึ้น ขณะเดียวกันรัฐบาลที่นำโดยชนชั้นปกครองของประเทศนั้น ๆ ก็เลือกที่จะไม่กำหนดราคาให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม ไม่ทำอะไรเลย ทำให้คนประเทศสามารถประสบกับวิกฤตอาหารได้ในทันที
ตลาดเสรีที่ไม่เสรี
Archer Daniels Midland (อเมริกัน), Bunge (อเมริกัน), Cargill (อเมริกัน) และ Louis Dreyfus (ฝรั่งเศส) หรือที่รู้จักกันในชื่อเล่น ABCD คือ 4 บริษัททุนใหญ่อุตสาหกรรมอาหารข้ามชาติที่เป็นผู้ควบคุม 70% ของตลาดธัญพืชโลก และทำกำไรจากความหิวของคนบนโลก
ยกตัวอย่าง Cargill ท่ามกลางการแพร่ระบาดของโควิด 19 และราคาอาหารที่ดีดตัวสูงขึ้น บริษัทสินค้าเกษตรข้ามชาติใหญ่อย่าง Cargill กลับทำกำไรได้มหาศาลเป็นประวัติการณ์ ตามการรายงานของ Oxfam ตระกูล Cargill เป็นครอบครัวที่ร่ำรวยอันดับที่ 11 ของโลก โดยทรัพย์สินของตระกูลนี้เพิ่มขึ้น 14,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (65%) ตั้งแต่ปี 2020
และปี 2021 ก็เป็นปีที่บริษัททำกำไรได้เป็นประวัติการณ์ โดยรายได้สุทธิในปีนั้นของบริษัทอยู่ที่ 5,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนบริษัทคู่แข่งสินค้าเกษตรอย่าง Louis Dreyfus มีทำกำไรได้เพิ่มขึ้นมากถึง 82% ในปีเดียวกัน
การควบคุมการกระจายสินค้าในลักษณะนี้ยังเปิดโอกาสให้ทั้งบริษัทธุรกิจเกษตรและเครือข่ายธุรกิจค้าปลีกขนาดใหญ่ เช่น Walmart หรือ Carrefour สามารถปรับขึ้นราคาได้ราวร้อยละ 30 ในปี 2021
อีกปัจจัยหนึ่งที่ซ้ำเติมวิกฤตอาหารคือ การเก็งกำไรในตลาดธัญพืชทันทีที่รัสเซียเข้ารุกรานยูเครน ภายในระยะเวลาเพียงแค่ 2 สัปดาห์ ราคาข้าวสาลีและข้าวโพดพุ่งสูงขึ้นเกือบ 50% ขณะที่สถานการณ์ความขัดแย้งในตอนนั้นยังไม่สร้างความเสียหายต่อภาคการผลิตอาหาร ราคาที่พุ่งขึ้นเกิดจากการเก็งกำไรของบริษัทเอกชนที่เร่งกักตุนธัญพืชล้วน ๆ ไม่เกี่ยวกับสงครามแต่อย่างใด
การขจัดความหิวโหยเป็นไปได้
วิกฤตอาหารเป็นปัญหาที่สามารถยุติได้อย่างถาวร ซึ่งการที่จะไปถึงตรงนั้นได้ อาหารต้องไม่ใช่สินค้าหากำไร ตลาดและบริษัทข้ามชาติต้องไม่เป็นหัวใจหลักของการผลิตอาหาร และการผลิตอาหารต้องมีขึ้นเพื่อเลี้ยงดูคนในท้องถิ่น เปลี่ยนจากการผลิตเพื่อธุรกิจอุตสาหกรรมเกษตรเป็นการผลิตอาหารที่นึกถึง “อธิปไตยทางอาหาร” ของประเทศนั้น ๆ เป็นหลักโดยคำนึงถึงผู้ผลิต ผู้บริโภค การปกป้องทรัพยากรทางธรรม และเมล็ดพันธุ์เป็นสำคัญ การทำเกษตรแบบเกษตรนิเวศวิทยา (Agroecology) หรือการทำเกษตรที่เน้นออกแบบระบบผลิตอาหารให้ทำงานร่วมกับธรรมชาติ แทนการพึ่งพาสารเคมี ปุ๋ยสังเคราะห์ และการปลูกพืชเชิงเดี่ยวต้องเป็นพื้นฐานการตัดสินใจหลักของรัฐบาล ขณะเดียวกันก็ต้องลดการนำเข้าและส่งออกอาหาร
gzkkjhkhhfjheeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeeee
ต้องมีการจัดสรรที่ดินใหม่ ห้ามไม่ให้บริษัทเอกชนเป็นเจ้าของที่ดินใหญ่ การกว้านซื้อที่ดินโดยธนาคารโลก มูลนิธิ Bill & Melinda Gates หรือบริษัทข้ามชาติต้องถูกต่อต้าน และรัฐบาลต้องกลับมาให้การสนับสนุนเกษตรกรอีกครั้ง การผลิตอาหารเพื่อบริโภคต้องสำคัญกว่าเชื้อเพลิง และต้องยุติการนำผลผลิตการเกษตรไปผลิตเชื้อเพลิงชีวภาพในระดับอุตสาหกรรม
ระบบสำรองอาหารของรัฐต้องถูกจัดตั้งขึ้นมาใหม่ ฟื้นฟูหน่วยงานสินเชื่อของรัฐเพื่อเกษตรกร เพื่อกำกับดูแลราคาอาหาร ทำให้คนที่มีรายได้น้อยเข้าถึงอาหารคุณภาพที่มีราคาถูกได้ ขณะเดียวกันก็เพียงพอต่อการดำรงชีวิตของเกษตรกร ต้องยกเลิกภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) ในอาหาร และหนี้ในประเทศประเทศที่มีความเปราะบางทางการเงินต้องโดนยกเลิก
อ้างอิง
International food crisis and proposals to overcome it, Eric Toussaint , Omar Aziki :
https://www.cadtm.org/International-food-crisis-and-proposals-to-overcome-it#nb2-4